การศึกษานิทานคติชนน้ำเต้าปุงสู่การสร้างสรรค์ประติมากรรมประยุกต์
อานุภาพ จันทรัมพร
Abstract
นิทานคติชน “น้ำเต้าปุง” เป็นที่รับรู้มาอย่างยาวนานเกี่ยวข้องกับตำนานการสร้างโลกของกลุ่มคนไท แต่ในปัจจุบันความเชื่อทางวิทยาศาสตร์อาจทำให้การศึกษานิทานที่กึ่งเป็นตำนานความเป็นมาของชนชาติและเรื่องราวเกินจริงเหนือจินตนาการถูกมองเป็นเรื่องไม่น่าเชื่อถือหรือมีความสำคัญที่นำมาใช้เพื่อการศึกษา โครงการวิจัย “การศึกษานิทานคติชนน้ำเต้าปุง สู่การสร้างสรรค์ผลงานประติมากรรมประยุกต์” เกิดขึ้นจากความต้องการในการศึกษานิทานคติชนน้ำเต้าปุงเพื่อทำความรู้จักและเข้าใจความหมายที่ซ่อนเร้นในเรื่องราว คำอธิบายของนิทานยังสืบทอดและส่งผลเกี่ยวเนื่องทางวัฒนธรรม ความเชื่อ ทัศนคติบางประการต่อสังคมไทยแม้ว่าโดยส่วนใหญ่อาจไม่รู้จักนิทานคติชนน้ำเต้าปุงแล้ว จากที่มาของนิทานคติชนน้ำเต้าปุงยังให้รายละเอียดความเชื่อมโยงในหลายพื้นที่และหลายกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีความเชื่อและวัฒนธรรมร่วมกัน มีความผิดแผกแตกต่างกันออกไปบ้างตามสำนวนและการต่อเติมเสริมเป็นตำนานมุขปาฐะที่สมบูรณ์และไม่สมบูรณ์ รวมทั้งยังเห็นการผสมผสานกับความเชื่อที่เป็นนิทานทางศาสนาปรากฏหลักฐานเป็นร่องรอยทางประเพณีและศิลปกรรมจึงล้วนให้ความหมายที่แตกต่างกันในการนำไปบอกเล่าหรือตอบสนองความคิดและทัศนคติเฉพาะของกลุ่มชาติพันธุ์ เหล่านี้เป็นข้อสงสัยที่ต้องใช้การศึกษารวบรวมเนื้อหาและตีความนัยต่าง ๆ ที่ซ่อนอยู่โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทำความเข้าใจและลำดับเรื่องราวนิทานน้ำเต้าปุงให้สัมพันธ์กับแนวความคิดที่ตีความจากสัญลักษณ์ต่าง ๆ ในนิทาน ทั้งความหมายโดยตรง ความหมายเชิงนัย แล้วสร้างเป็นรูปแบบเพื่อการสื่อสารได้ ในโครงการวิจัยนี้ใช้กระบวนการออกแบบผลงานสร้างสรรค์ประติมากรรมประยุกต์เป็นส่วนในการนำเสนอเรื่องราวที่วิเคราะห์จากนิทาน ด้านกระบวนการศึกษาเนื้อหาใช้การเปรียบเทียบเรื่องเล่านิทานจากหลายสำนวนและหลายแหล่งที่มา ทั้งยังได้ศึกษาจากส่วนใดส่วนหนึ่งของนิทานที่เป็นส่วนย่อยในเรื่องเล่านิทานอื่น ๆ ยังปรากฏไปผสมผสานกับวรรณกรรมทางพุทธศาสนาและคติชาติพันธุ์พื้นบ้านในพื้นที่เฉพาะหลายกลุ่ม จากผลการศึกษาเปรียบเทียบเรื่องนี้จึงสามารถวิเคราะห์ความหมายจากตำนานความเชื่อเรื่องการเกิดของโลก ความเชื่อยิ่งใหญ่เหนือธรรมชาติ ตัวแทนคติชนเพศหญิง หรือ น้ำเต้า การนับถือบูชา “แม่” เป็นหัวใจสำคัญของนิทานน้ำเต้าปุง ให้ความเชื่อเรื่องความเกี่ยวข้องกันในความเป็นเครือญาติ นำมาสู่การออกแบบแนวทางการสื่อสารให้สารให้สาธารณชนในปัจจุบันรับรู้ความเข้าใจในประเด็นหัวใจสำคัญของการนับถือธรรมชาติและการกำเนิดจากครรภ์มารดา เพื่อสร้างความรู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย กระตุ้นจิตสำนึกเรื่องราวความเชื่อคติเดิมอีกครั้งในรูปแบบประติมากรรมประยุกต์เป็นศิลปกรรมร่วมสมัยในยุคปัจจุบัน
